บทที่ 1 บทนำ
หลิงเฟิ่ง ลืมตาขึ้นมามองเพดานห้องอย่างไม่อยากเชื่อว่าตัวนางจะได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้งก่อนที่คนในตระกูลหลี่ จะรู้เรื่องว่านางหายจากอาการเสียสติแล้ว
นางเป็นวิญญาณหญิงสาวจากยุคปัจจุบัน เป็นเจ้าของสวนผักออร์แกนิกขนาดใหญ่ที่ส่งขายให้ห้างสรรพสินค้าไปทั่วประเทศจีน หลิงเฟิ่งไม่มีพี่น้อง ทั้งยังไร้บิดามารดา นางจึงต่อสู้ทุกสิ่งมาด้วยตนเอง จนมีวันนี้ได้
ตอนที่นางกำลังเดินตรวจผลผลิต ที่คนงานในสวนเตรียมจะจัดส่งออกไปให้ห้างสรรพสินค้าอยู่นั่น นางได้เป็นลมหมดสติไป อาจจะเป็นที่หลิงเฟิ่งพักผ่อนน้อย แต่ไม่คิดว่า เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง วิญญาณของนางจะทะลุมิติไปอยู่ในร่างของหลี่หลิงเฟิ่ง หญิงสาวที่ไม่สมประกอบตั้งแต่เกิด
ตระกูลหลี่ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านหู่เซิง เมืองตงเฉิง อยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้นต้าเยี่ย จากหมู่บ้านเดินทางเข้าเมืองด้วยเกวียนวัวต้องใช้เวลานานถึงสองชั่วยาม หากต้องเดินก็แทบจะไม่ต้องพูดถึง ต้องเดินถึงสี่ชั่วยาม จะเข้าเมืองแต่ละครั้งต้องเสียเวลาค้างคืนอยู่ที่วัดร้างนอกเมืองหนึ่งคืน หากต้องเดินเท้าเข้าไป
ตระกูลหลี่ มีความเป็นอยู่ไม่ต่างชาวบ้านในหมู่บ้านหู่เซิง คือยากจน เรียกได้ว่า ข้าวสารที่จะใช้กินยังแทบจะไม่มีติดเรือน อาชีพทำนา คืออาชีพหลักของคนในหมู่บ้าน สตรีหลายคนยังต้องขึ้นเขาทุกวันเพื่อหาผักป่ามาประทังชีวิต มีไม่กี่เรือนเท่านั้นที่พอจะมีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ขัดสนแต่ก็ไม่ถึงกับร่ำรวยพอจะช่วยเหลือคนอื่นได้
หลิงเฟิ่ง นางมีมิติส่วนตัวติดตัวมาด้วย ภายในมิติของนางเป็นสวนผักขนาดใหญ่ ที่มีผักอยู่มากมายหลากหลายชนิด ทั้งยังมีแปลงปลูกข้าว เพียงแค่เก็บเกี่ยวมากิน ของที่หายไปก็กลับมามีอยู่เช่นเดิม โดยที่นางไม่ต้องลงแรงเพาะปลูกเลย ยังมีบ่อน้ำวิเศษที่รักษาได้ทุกโรคอีกด้วย
นางจึงได้บอกความลับของนางกับคนในครอบครัว ด้วยความเป็นอยู่ของพวกเขา ทั้งนางก็อดเห็นใจไม่ได้ที่บิดาและพี่ชายทั้งสองจะต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงหญิงสาวที่ไม่สมประกอบอย่างหลี่หลิงเฟิ่งเจ้าของร่างเดิม
หลี่หลิงเฟิ่งสูญเสียมารดาตั้งแต่ที่คลอดนางออกมา มีเพียงหลี่กวน หลี่เฉียง หลี่ซวง ผู้เป็นบิดาและพี่ชายทั้งสองที่ช่วยดูแลนาง แต่พวกเขาก็มิได้ให้ความสนใจนางมากนัก ด้วยนางเป็นเพียงหญิงสาวสติไม่ดี ไม่อาจจะใช้งานหรือออกเรือนได้
ภายหลัง เมื่อบุรุษทั้งสามได้รู้ว่าหลี่หลิงเฟิ่งหายดีแล้ว ทั้งนางยังได้รับพรจากสวรรค์ที่มีของดีติดตัวมา ทั้งสามก็เริ่มทำดีกับหลิงเฟิ่ง เพื่อที่ต้องการของจากนาง
หลิงเฟิ่งไม่คิดเลยว่า การที่นางเห็นใจความเป็นอยู่ที่ยากไร้ของคนตระกูลหลี่จะนำมาซึ่งคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ของนาง
เมื่อนางทำให้ความเป็นอยู่ของตระกูลหลี่ดีขึ้น จนเรียกได้ว่าร่ำรวยอย่างรวดเร็ว ตระกูลหลี่จึงได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองตงเฉิง
นางถูกผู้เป็นบิดาจับหมั้นหมายกับบุตรชายของท่านเจ้าเมือง โดยที่เขาไม่ได้ถามความเห็นจากนางเลยสักนิด ได้แต่บอกว่าถึงเวลาที่นางต้องออกเรือน ทั้งยังช่วยให้หลี่เฉียงพี่ชายคนโตสามารถเข้าทำงานในที่ว่าการได้ด้วย
ถึงแม้นางไม่ยอมก็ทำอันใดไม่ได้ เมื่อหลี่กวนรับของหมั้นมาเรียบร้อยแล้ว เสิ่นฉงหาน บุตรชายเจ้าเมืองเสิ่นนับว่าเป็นคนดีไม่น้อย เขามิเคยเอ่ยถามนางเรื่องของวิเศษที่นางมีอยู่ เขามักจะแวะเวียนมาเที่ยวหาที่จวนตระกูลหลี่อยู่เป็นประจำ ทั้งยังเป็นสุภาพบุรุษจนหลิงเฟิ่งยอมเปิดใจ
แต่สิ่งที่เขาทำทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตา ไม่รู้ว่าเสิ่นฉงหานไปทำข้อตกลงอะไรไว้กับหลี่กวน แต่เมื่อหลี่เฉียงพี่ชายคนโตรู้เข้า เขาถึงกับอาละวาดเสียใหญ่โต
“เฟิ่งเออร์ หากเจ้าแต่งไปแล้วก็จะเป็นคนตระกูลเสิ่น เมื่อนั้นเจ้าก็จะทอดทิ้งตระกูลหลี่” เขาคำรามออกมาเมื่อเห็นหลิงเฟิ่งเดินเข้ามาในห้องโถง
“ท่านพูดเรื่องอันใด ข้าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น” หลิงเฟิ่งมองเขาอย่างสับสน
“หยุดได้แล้วอาเฉียง!!! เจ้าอย่าได้สร้างปัญหา” หลี่กวนตวาดกร้าวออกมา ก่อนจะเดินเข้ามาดึงรั้งหลี่เฉียงที่กำลังเดินเข้ามาหาหลิงเฟิ่ง
“ท่านพ่อ!!! มิใช่ว่าท่านไปรับปากตระกูลเสิ่นไว้แล้วรึ ท่านคิดว่าตำแหน่งเจ้าหน้าที่เล็กๆ ข้าต้องการหรือไร” เขาตะโกนออกมาอย่างไม่ยอม
“แต่ท่านเจ้าเมืองจะช่วยเรื่องสอบอาซวงด้วย อย่างไรเฟิ่งเออร์ นางก็ยังเป็นคนตระกูลหลี่ครึ่งหนึ่ง”
หลิงเฟิ่งมองไปที่บุรุษสามคนต้องหน้าอย่างไม่เข้าใจ นางไม่เคยคิดจะทอดทิ้งพวกเขา ต่อให้นางแต่งออกไปอยู่จวนตระกูลเสิ่นแล้วก็ตาม อย่างไรทั้งหมดก็ได้ชื่อว่าเป็นบิดาและพี่ชายของนางในภพนี้
“หึ ท่านคิดว่า...ตระกูลเสิ่นจะยอมรึ หากได้คนของเราไปแล้ว” เขายิ้มเยาะมองผู้เป็นบิดา
“ข้าเห็นด้วยกับพี่ใหญ่ ท่านพ่อ ท่านทำตามที่พี่ใหญ่ว่าเถิด”
“มีเรื่องอันใดกันแน่ พวกท่านคนใดบอกข้าก่อนได้หรือไม่” หลิงเฟิ่งเดินเข้าไปหาคนทั้งสาม
“เฟิ่งเออร์ เจ้าถอดกำไลของท่านแม่ออกมาให้ข้า ต่อไปเจ้าแต่งออกไปเป็นคนตระกูลเสิ่นแล้ว ของวิเศษที่ติดตัวเจ้ามาต้องอยู่ที่จวนตระกูลหลี่เท่านั้น” เขาเดินเข้ามาหานาง หมายจะถอดกำไรในมือออก
“ท่านบ้าไปแล้วรึ นี่เป็นของของข้า แล้วข้าบอกท่านเมื่อใดว่าจะทอดทิ้งพวกท่าน ของที่ข้าเคยนำออกมาให้ก็ยังนำออกมาได้เช่นเดิม” นางกุมกำไลไว้แน่นอย่างไม่ยินยอม
“เจ้าคิดรึ ว่าเจ้าฉงหานจะรักเจ้าจากใจจริง มันก็ต้องการเพียงของที่เจ้ามีเท่านั้น ในจวนตระกูลเสิ่นสาวใช้ห้องข้างของมันมีไม่น้อยกว่าห้าคน ทั้งยังมีบุตรให้มันแล้วด้วย ที่ทุกคนปิดบังเจ้าก็เพื่อให้เจ้ายอมแต่งให้มันแต่โดยดี แต่ข้าไม่ต้องการแล้ว ข้าได้ยินมา พวกมันจะยึดครองกำไลของเจ้าเช่นกัน” หลี่เฉียงตะโกนออกมาอย่างคนเสียสติ
